http://www.poonpissamai.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 

 

 

 

คําแนะนําการเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty)

คําแนะนําการเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty)

คําแนะนําการเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty)

1. ข้อมูลเบื้องต้น

ปัจจุบันศัลยกรรมตกแต่งมีความก้าวหน้าไปมาก การเสริมจมูกเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความงามเพื่อสร้างความสมดุลบนใบหน้า ซึ่งทำได้ง่ายและรวดเร็วเห็นผลทันที มีความปลอดภัย ผลแทรกซ้อนน้อย และไม่เป็นอันตราย โดยผู้ที่เหมาะสมแก่การเสริมจมูกควรจะมีอายุอย่างน้อย 16 ปีขึ้นไป ผลเสียจากการเสริมจมูกพบได้บ้างไม่มากนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถความชำนาญของศัลยแพทย์ ซึ่งผลแทรกซ้อนต่างๆนี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ผู้ที่มีความประสงค์จะรับการเสริมจมูกควรจะได้รับการปรึกษาจากแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดก่อน เพื่อประเมินความสมดุลของใบหน้าและซักประวัติประจำตัวด้วย เพราะอาจมีข้อห้ามในการผ่าตัด ได้แก่ โรคเลือดออกไม่หยุด, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ เป็นต้น

วิธีการผ่าตัด

เริ่มผ่าตัดโดยการออกแบบซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้า แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบจมูก บางรายอาจใช้ยานอนหลับร่วมด้วยแล้วเสริมด้วยสารซิลิโคน (Medicalgradesilicone) เข้าใต้หน้าบริเวณดั้งจมูกผ่านทางรอยผ่าตัดขนาดเล็กประมาณ 1 ซม. ที่ด้านในของจมูก แล้วเย็บแผลปิดประมาณ 3-5 เข็ม ขั้นตอนการผ่าตัดแพทย์จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ทันที แพทย์จะนัดมาดูหลังจากการผ่าตัดเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยจนกว่าจะหายสนิทดี บางครั้งแพทย์อาจจะเลือกผ่าตัดจากปลายจมูกด้านนอกก็ได้

2. ทางเลือกอื่นในการรักษา

นอกจากการใช้ซิลิโคน (Siliconeimplant) แล้ว สามารถใช้กระดูกอ่อนของคนไข้ได้ โดยมาจากใบหูหรือที่อื่น เช่น ฝาระหว่างช่องจมูก หรือส่วนของซี่โครง

3. ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการตรวจรักษา

3.1 ความเสี่ยงทั่วไป

- เลือดออกหลังการผ่าตัด

- อาจจะเกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัดได้เหมือนการผ่าตัดทั่วไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น โรคประจำตัว, การรับประทานยา และภาวะสุขภาพ

3.2 ความเสี่ยงจำเพาะ

- สันจมูกเอียง เล็ก หรือสูงเกินไป

- ไม่ได้รูปทรงสวยงามตามที่ต้องการ

4. การปฏิบัติตัวก่อน หลัง

การเตรียมตัวเพื่อรับการเสริมจมูก

1) งดใช้ยาบางชนิดที่อาจมีผลต่อการผ่าตัด เช่น ยาแก้ปวด, แอสไพริน, วิตามินดี, วิตามินซี และน้ำมันตับปลา เป็นต้น ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 7-10 วัน

2) ในรายที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาบางอย่าง ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

3) อย่ากลัวหรือวิตกกังวล เพราะการผ่าตัดนี้ปลอดภัยมาก มีอันตรายและความเสี่ยงน้อย

4) พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงก่อนรับการผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

1) ใน 1-2 วันแรก จมูกจะมีอาการบวมและจะเริ่มยุบบวมเรื่อยๆในวันที่ 4 ควรพักผ่อนให้มากๆ

2) ไม่ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทก

3) นอนให้ศีรษะสูงประมาณ 30–40 องศา หรือหนุนหมอน 2-3 ใบ และให้นอนหงายท่าเดียว

4) ให้ประคบด้วยน้ำแข็งใน 1-2 วันแรก (โดยประคบครั้งละ 15 นาที เว้น 15 นาที)

5) หลังจาก 2 วันแล้ว อาจประคบด้วยน้ำอุ่น ห้ามใช้น้ำร้อน

6) ควรรับประทานอาหารอ่อน งดอาหารแข็งที่ต้องขบเคี้ยว

7) ห้ามบาดแผลถูกน้ำอย่างน้อย 5 วัน หลังจากนั้นให้ถูกน้ำได้ (ล้างหน้าได้)

8) ไม่ควรแกะบาดแผล หรือเศษเลือดที่ติดอยู่ ไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ

9) ถ้ามีปัญหาหรืออาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมาก จมูกบวมแดงมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

10) ห้ามทายาฮีรูดอย หรือยาอื่นๆที่แผลเด็ดขาด

11) ถ้าใส่เฝือกหลังผ่าตัด ห้ามให้เฝือกเปียกน้ำ 4–5 วัน

12) รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และมาพบแพทย์ตามนัด


โดยทั่วไปจมูกจะยุบบวม และเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่องการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆก่อน (ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วจึงสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ พร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยและมีปีกจมูกที่เหมาะสมกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย ถ้าหากปีกจมูกกว้างและสามารถแก้ไขให้ได้สัดส่วน แพทย์จะแนะนำให้แก้ไขได้ในเวลาเดียวกันกับการเสริมจมูก

... เรียบเรียงโดย พูนพิศมัย คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง

view

 บทความ

 รีวิวผลงาน

 แนะนำเส้นทาง

view