http://www.poonpissamai.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 

 

 

 

การผ่าตัดหนังตาบน (Upper Blepharoplasty)

การผ่าตัดหนังตาบน (Upper Blepharoplasty)

คําแนะนําการผ่าตัดหนังตาบน (Upper Blepharoplasty)

ตาเป็นแห่งแรกที่เราสัมผัสและสื่อสารติดต่อถึงกัน ดังนั้นความไม่สมดุลจะถูกสังเกตมากที่สุด ข้อบ่งชี้ลักษณะของเปลือกตาบนที่สมควรจะมาทำศัลยกรรม

1) เปลือกตาบนไม่มีชั้นตาที่ชัดเจน (ไม่มีชั้นตา หรือชั้นตาหลบในมองไม่เห็นขนตา) ชั้นตา 2 ข้างไม่เท่ากัน

2) เปลือกตาอูม (มีถุงไขมันใต้เปลือกตา) และไม่มีชั้นตา

3) เปลือกตาบนมีหนังตาหย่อนห้อยลงมาปิดดวงตา โดยเฉพาะหางตา ทำให้ลักษณะตาเป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งมีผลทำให้ลานสายตาแคบ คือการมองภาพที่อยู่ด้านบนและด้านข้างแคบลง

4) ขนตาบนแยงตา ซึ่งจะมีผลทำให้เยื่อตาอักเสบ มีอาการเคืองตาตลอดเวลา และมีน้ำตาไหลซึม

วิธีการผ่าตัด

เริ่มจากการกำหนดตำแหน่งที่จะเป็นแนวชั้นของตาที่เหมาะสมและดูสวยงาม (ในผู้ที่มีชั้นเหมาะสมแล้วก็สามารถใช้แนวชั้นเดิม และตัดเฉพาะผิวหนังส่วนเกินและไขมันออกเท่านั้น) เมื่อได้ตำแหน่งแนวของชั้นแล้ว แพทย์จะประมาณขนาดของผิวหนังส่วนเกินที่จะต้องตัดออก ถ้ามีหนังส่วนเกินมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหางตา แนวแผลที่จะผ่าตัดก็จำเป็นต้องยาวออกมาทางด้านข้าง เพื่อเก็บผิวหนังส่วนเกินให้หมด จะทำให้ได้รูปตาที่สวยงาม หลังจากนั้นแพทย์จะเริ่มฉีดยาชาเฉพาะที่ในบริเวณที่จะทำผ่าตัด ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บเล็กน้อยเวลาฉีดยา เวลาทำผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บปวด แพทย์บางท่านอาจนิยมให้ยานอนหลับชนิดรับประทานหรือยาฉีดร่วมด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บเวลาฉีดยา แต่อาจมีข้อเสียคือการลืมตาและหลับตาระหว่างการผ่าตัดอาจไม่ คงที่เพราะผลจากยานอนหลับ ทำให้อาจได้ชั้นของตาที่ไม่สวยงามตามที่หวังไว้ได้ (แต่อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ขึ้นกับประสบการณ์ของศลัยแพทย์เป็นสำคัญ) เมื่อยาชาเริ่มออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มผ่าตัด โดยการใช้มีดกรีดบริเวณผิวหนังที่ได้กำหนดแนวไว้ ตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก หลังจากนั้นจึงทำการเย็บกำหนดชั้นตามที่ต้องการ ก่อนจะเย็บปิดบาดแผลที่ผิวหนัง

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการผ่าตัด

1) ความเสี่ยงทั่วไป

อาจจะเกิดการติดเชื้อ/เลือดออกที่แผลผ่าตัดได้เหมือนการผ่าตัดทั่วไป ขึ้นอยู่กับปัจจยัต่างๆ เช่น โรคประจำตัว, การรับประทานยา และภาวะสุขภาพ

2) ความเสี่ยงจำเพาะ

* อาการเจ็บปวดจะมีอยู่ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

* เปลือกตาบนอาจบวมนาน อาจมีรอยช้ำ แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นหลังผ่าตัดประมาณ 1- 2 เดือน โดยมากแพทย์จะแนะนำให้มีการประคบเย็นร่วมด้วยหลังผ่าตัดประมาณ 24-48 ชั่วโมง

* ชั้นตาไม่เท่ากันหรือชั้นตาไม่สวย ผู้ป่วยจะต้องปรึกษาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดหลังจากการยุบบวมเป็นที่เรียบร้อยประมาณ 3 เดือน เพื่อที่ให้ศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรแก้ไขหรือไม่

* อาจมีการมองเห็นภาพซ้อนซึ่งเกิดจากการฉีดยาชาหรือบวม แต่จะหายไปหลังยาชาหมดฤทธิ์ หรือหายบวม


การปฏิบัติตัวก่อน หลัง

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1) งดยาต้านการอักเสบ (NSAID) เช่น แอสไพริน บหุรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 7-10 วันก่อนการผ่าตัด

2) วันที่ผ่าตัดควรเตรียมแว่นกันแดดมาด้วย เพื่อใช้อำพรางดวงตาหลังการผ่าตัดและป้องกันฝุ่นละออง ควรมีผู้ขับรถให้เพราะหลังการผ่าตัดจะยังใช้สายตาได้ไม่สะดวกจึงไม่ควรขับรถเอง

3) ล้างหน้าก่อนมาผ่าตัด และห้ามใช้เครื่องสำอางค์

4) ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ต้องใช้ยาแอสไพริน หรือผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจ และทานยา Cumadin เป็นประจำ สามารถทำผ่าตัดได้ต่อเมื่อแพทย์ที่รักษายินยอมให้ทำ และต้องปรับ ยาตามคำแนะนำของแพทย์

5) ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ต้องปรึกษากับแพทย์ทางหัวใจก่อน เนื่องจากเครื่องจี้ไฟฟ้าอาจมีผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจได้

6) ถ้ามีความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 140/90 mmHg (มิลลิเมตรปรอท) ก่อนมารับการผ่าตัด

7) ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ ควรถอดออกแล้วใส่แว่นตาในวันที่เข้ารับการผ่าตัด


การดูแลหลังผ่าตัด

1) นอนยกศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) ประคบน้ำแข็งที่ตาทั้ง 2 ข้างให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม และควรพักสายตาไม่อ่านหนังสือหรือดูทีวี

2) ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำยาสะอาดในขวดเช็ดคราบเลือดและสิ่งสกปรกออก โดยเช็ดอย่างเบามือ วันละ 2 - 3 ครั้ง และเช็ดได้บ่อยๆเมื่อมีคราบเลือดออกมา

3) รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดการแพ้ยา เช่น คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้-อาเจียน แน่นหน้าอก ให้หยุดรับประทานทันที และรีบมาพบแพทย์

4) งดสุรา หรือบุหรี่ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพราะมีผลกับการหายของแผลผ่าตัด

5) อาจจะมีน้ำตาไหลตลอดเวลาชั่วระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเวลาที่โดนลม แต่จะหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์


ข้อควรรู้หลังการผ่าตัด

1) หลังจากตัดไหมแล้ว ตาจะยังมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน จากนั้นประมาณ 3 เดือน แผลจะหายเป็นปกติและดูเป็นธรรมชาติ

2) หลังตัดไหมแล้วประมาณ 3-4 วัน ให้ใช้ eye cream, eye gel, Vitamin E oil ทานวดที่แผลวันละ 30-40 ครั้ง วันละ 2 เวลา (เช้า เย็น) เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนแข็ง

3) หลังทำผ่าตัดแล้ว 2 สัปดาห์ ในกรณีที่แผลเขียวช้ำ สามารถประคบอุ่นได้ โดยประคบวันละประมาณ 2-3 ครั้ง ประมาณ 3-5 วัน

4) หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับแผล เช่น ตาแดงมาก เคืองตา แผลแยก ให้มาพบแพทย์ทันที

5) ล้างหน้า รับประทานอาหาร ออกกำลังกายโดนแสงแดดได้ตามปกติ หลังจากผ่าตัดได้ 3-4 สัปดาห์

6) ห้ามขยี้ตาแรงเป็นเวลา 2 เดือน

7) อาการบวมและรอยช้ำจะหายไปภายใน 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับแผล จึงหายเป็นปกติ

8) สามารถสวมคอนแทคเลนส์ได้ภายใน 7-14 วัน สวมแว่นตาได้เลย และแต่งหน้าทาตาได้ภายใน 7-10 วัน

view

 บทความ

 รีวิวผลงาน

 แนะนำเส้นทาง

view